เกี่ยวกับคณะ

>เกี่ยวกับคณะ
เกี่ยวกับคณะ 2017-08-14T13:24:12+07:00
Loading...

ประวัติคณะฯ

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะฯ มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความเป็นสากลเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก พัฒนานิสิต พัฒนาคณาจารย์ และส่งเสริมให้คณาจารย์สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ ตลอดจนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาเพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเจริญก้าวหน้าต่อไป ซึ่งการเติบโตของคณะฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ เกิดขึ้นจากความสามารถในการเล็งเห็นการณ์ไกลของท่านศาสตราจารย์อุปการคุณพระยาไชยยศสมบัติ ผู้ก่อตั้งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณบดีเป็นคนแรกของคณะฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคำสั่งที่ 23/2158 วันที่ 22 ตุลาคม 2481 ได้เริ่มเปิดแผนกวิชาการบัญชี การพาณิชยศาสตร์ ต่อมาได้เป็นแผนกวิชาอิสระ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2483 และแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อวางโครงสร้างหลักสูตรการศึกษา โดยมีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้
พระยาไชยยศสมบัติ ประธานกรรมการ
ประธานกรรมการพระมนูภาณวิมลศาสตร์ กรรมการ
หลวงพรตพิทยพยัต กรรมการ
นายอาภรณ์ กฤษณามระ กรรมการ
นายศิริ ฮุนตระกูล กรรมการ
นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ กรรมการและเลขานุการ
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2483 ศาสตราจารย์อุปการคุณ พระยาไชยยศสมบัติ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกวิชาการบัญชีและพาณิชยศาสตร์ และคณะกรรมการวิชาการได้พิจารณาจัดหลักสูตรให้มีลักษณะอิสระแตกต่างจากหลักสูตรของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยกำหนดให้ผู้ที่จะศึกษาวิชาการบัญชีเรียนภาคทฤษฎี 4 ปี และภาคปฏิบัติ 1 ปี ต่อมาในปี 2487 ได้ตัดภาคปฏิบัติออกคงเรียนแต่เฉพาะภาคทฤษฎีเป็นเวลา 4 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาบัญชีบัณฑิต  ส่วนแผนกวิชาพาณิชยศาสตร์ ได้กำหนดหลักสูตรไว้ 4 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาพาณิชยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ของการดำเนินงานนั้น คณะฯ ได้มีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยมีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นตามลำดับ อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงหลักสูตรเดิมให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
ปัจจุบันคณะฯ ได้มีหลักสูตรในการเรียนการสอนครอบคลุมในทุกระดับการศึกษา เพื่อรับรองการขยายตัวทางศึกษาในอนาคต ดังนี้ คณาจารย์ ในปีการศึกษา 2482 ซึ่งเป็นปีการศึกษาแรกนั้น คณะฯ มีอาจารย์ประจำเพียง 2 คน ต่อมาได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ จนกระทั่ง ปีการศึกษา 2552 คณะฯ มีอาจารย์ประจำทั้งสิ้น 127 คน โดยมีอาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก 77 คน คิดเป็นร้อยละ 60.63 เมื่อเทียบกับจำนวนนิสิตทั้งระดับปริญญาบัณฑิต และบัณฑิตศึกษา จะมีอัตราส่วนอาจารย์ 1 คนต่อนิสิต 41 คน อาคารเรียน ในระยะแรกคณะฯ ได้อาศัยบางส่วนของตึกอักษรศาสตร์ เป็นสำนักงานและที่เรียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2487 คณะฯ ได้รับงบประมาณเพื่อสร้างสถานศึกษาให้เป็นสัดส่วน และอยู่ในภาวะสงครามจึงไม่สามารถสร้างอาคารเรียนขนาดใหญ่ได้ จึงได้สร้างเรือนไม้มุงหลังคาจากขึ้นชั่วคราวข้างตึกอักษรศาสตร์ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่เรียนแห่งแรกของคณะฯ นิสิตของคณะฯ ในสมัยนั้นได้ขนานนาม สถานที่เรียนของคณะฯ ว่า “กระท่อมสีฟ้า” ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นกระท่อมหลังคาจาก แต่นิสิตทุกคนก็ภูมิใจในกระท่อมนี้โดยทั่วกัน พ.ศ. 2492 รัฐบาลอนุมัติเงินงบประมาณ 1 ล้านบาทให้คณะฯ เพื่อสร้างอาคารเรียนถาวรเป็นเอกเทศหลังหนึ่งขึ้น ที่ข้างตึกหอสมุดกลางเดิม ปัจจุบันได้โอนตึกหลังนี้ให้คณะอักษรศาสตร์ อาจกล่าวได้ว่า เป็นอาคารเรียนที่ถาวรของคณะฯ เป็นหลังแรก ต่อมาเมื่อจำนวนนิสิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขาดแคลนสถานที่เรียนศาสตราจารย์ อุปการคุณ พระยาไชยยศสมบัติ จึงดำเนินการแก้ไขโดยได้ขอที่ดินหมอนที่ 18 และ 19 ของมหาวิทยาลัย รวมเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นความจำเป็นและได้อนุมัติ ตลอดจนขอให้รัฐบาลออกพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินให้ปลอดจากการเช่าเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2502 คณะฯ ได้รับงบประมาณสร้างอาคารใหม่ คือ อาคารไชยยศสมบัติ 1 2 และ 3 ส่วนอาคารบัณฑิต กันตะบุตร เป็นที่ตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์เริ่มก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2505 จากการขยายตัวของหลักสูตรและการบริหารงานของคณะฯ ให้ทันกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิชาการ ทำให้คณะฯ จำเป็นต้องหาสถานที่ศึกษาเพิ่มขึ้นตามลำดับ เมื่อคณะฯ ครบ 50 ปี ก็สร้างอาคารอนุสรณ์ 50 ปี เป็นอาคาร 8 ชั้น และปัจจุบันได้มีอาคารเรียนรวมทางด้านสังคมศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกหลังคืออาคาร “มหิตลาธิเบศร” ซึ่งมหาวิทยาลัยสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของอาคาร 4 อาคาร 5 และห้องประชุมสถิติของคณะฯ
ที่มาของสัญลักษณ์คณะฯ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ เติมศักดิ์ กฤษณามระ
     ในเรื่องสัญลักษณ์ของคณะฯ นั้น แต่เดิมมีรูปเรือสำเภาบนธงสีฟ้า ซึ่งพระยาไชยยศสมบัติได้เคยกล่าวว่า เรือสำเภานั้นเป็นสัญลักษณ์ทางการค้า ซึ่งในสมัยโบราณการค้าต่างประเทศต้องใช้เรือสำเภา  ดังนั้นชื่อของคณะพาณิชย์ฯ ซึ่งหมายถึงการค้าจึงมีรูปเรือสำเภาเป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณื และเรือสำเภาแล่นไปในทะเล สีฟ้าจึงเป็นสีของคณะด้วย  ประมาณ 25 ปี ภายหลังไม่ทราบว่ารุ่นไหนเกิดมีความเห็นว่าหัวเรือสำเภาไม่สวย และคงไปเห็นงานแห่เรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นเรือสุพรรณหงส์กระมัง จึงเปลี่ยนหัวเรือเป็นหัวหงส์ เข้าใจว่าประมาณรุ่นหลัง ม.ร.ว.สุชาติจันทร์ ประวิตร (รุ่นที่ 18)
คำอธิบายตราสัญลักษณ์
“เรือสำเภา” เป็นสัญลักษณ์ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  คณะฯก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2481 ซึ่งเป็นช่วงที่การพาณิชย์และอุตสาหกรรมของชาติไทยเริ่มตื่นตัวและเจริญก้าวหน้าในช่วงเวลานั้นการติดต่อทำการค้าขายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศจะใช้เรือสำเภาเป็นพาหนะในการขนส่งสินค้า และดำเนินธุรกิจพาณิชย์ การใช้ตราสัญลักษณ์ “เรือสำเภา” ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรสนองความต้องการของธุรกิจการพาณิชย์ จึงเป็นการสื่อให้เห็นถึงปัจจัยหลักที่สำคัญของธุรกิจการพาณิชย์เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความเจริญความมั่นคงของประเทศ