ความสำเร็จด้านนวัตกรรม

>>ผลผลิตที่ยั่งยืน
ผลผลิตที่ยั่งยืน 2017-08-14T13:24:12+07:00

นวัตกรรมของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะฯ ถือเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศที่ผลิตบุคลากรทางด้านบริหารธุรกิจและบัญชี เพื่อสนองความต้องการบุคลากรของธุรกิจไทย

พ.ศ. 2504 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทพาณิชยศาสตรมหาบัณฑิตซึ่งถือเป็นหลักสูตรทางด้านธุรกิจ ชั้นสูงแห่งแรกของไทย
พ.ศ. 2506 ได้มีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกมาใช้งานในประเทศไทยนับเป็นการเปิดตัว นวัตกรรมด้านธุรกิจของไทยให้ทัดเทียมสากล
พ.ศ. 2525 ได้ริเริ่มออกวารสาร จุฬาลงกรณ์ธุรกิจปริทัศน์ รายไตรมาส เพื่อเผยแพร่บทความและผลงานวิจัยด้านบริหารธุรกิจของคณาจารย์ประจำคณะฯ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาวิชาบริหารธุรกิจในประเทศไทย
พ.ศ. 2525 คณะได้เปิดหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เพื่อให้สอดคล้องกับเป็นสากลทางด้านธุรกิจ
พ.ศ. 2526 ได้ริเริ่มจัดตั้ง บริษัท Chulalongkorn Business Administration (CBA) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมในการเรียนการสอนครั้งแรกของประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ใช้ความรู้ประสบการณ์จากการศึกษามาทดลองปฏิบัติงานในด้านธุรกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
พ.ศ. 2529 พัฒนาหลักสูตรใหม่ บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต (MBA) สำหรับนักบริหาร ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกที่เปิดสอนนอกเวลาราชการ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจที่จะพัฒนาความรู้ ชั้นสูงด้านบริหารธุรกิจควบคู่ไปกับการจัดการธุรกิจอย่างสมดุล
พ.ศ. 2530 เปิดสาขาวิชาระบบข้อสนเทศทางการบัญชี (Accounting Information System) สำหรับหลักสูตรบัญชีบัณฑิตซึ่งถือเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านการบัญชีที่นำเสนอต่อสังคมไทย
พ.ศ. 2531 อีกครั้งกับการพัฒนาอน่างต่อเนื่อง โดยเปิดหลักสูตร ปริญญาดุษฏีบัณฑิตสาขาการบัญชี ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนวิชาการบัญชีในระดับปริญญาเอก
พ.ศ. 2535 คณะฯ ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมอีกครั้งโดยการเปิดหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการประกันภัยและสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (Information Technology in Business) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศที่มีการผสมผสานแนวคิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจอย่างลงตัว
พ.ศ. 2539 ได้เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต(หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งนับว่าเป็นหลักสูตรนานาชาติหลักสูตรแรกในระดับปริญญาตรีในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2540 คณะฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการเงิน ซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาโททางการเงินขึ้นสูงแห่งแรกของประเทศไทยอีกเช่นกัน
พ.ศ. 2541 มีการจัดตั้งศูนย์ประสานการจัดหางานคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมพัฒนานิสิตให้มีคุณสมบัติให้มีคุณสมบัติเหมาะสม
พ.ศ. 2542 จัดตั้งห้องปฏิบัติการทางการเงิน ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนการสอนและการทำวิจัยที่ทันสมัยเน้นการปฏิบัติจริงรวมทั้งการฝึกอบรมทางด้านการเงินและเป็นศูนย์รวมของการใช้วิธีการเรียนรู้แบบใหม่ทางด้านการเงิน ซึ่งสามารถสื่อสารผ่าน Internet ได้ โดยมีข้อมูลทางด้านการเงิน และข่าวสารที่ทันต่อเหตุการณ์ทุกๆ นาที ที่เกิดขึ้นทั่วโลกจาก บริษัทรอยเตอร์ จำกัด (REUTERS)
พ.ศ. 2543 อีกหนึ่งนวัตกรรมที่คณะฯ นำเสนอเป็นครั้งแรกของประเทศ คือ ห้องปฏิบัติทางทางการจัดการ (Management Cockpit) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของห้องสำหรับการจัดสินใจ (Decision Room) โดยผสมผสาน สำหรับที่ผู้บริหารสามารถใช้ในการบริหารองค์กรและตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญ
พ.ศ. 2547 เปิดหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิตสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพความพร้อมและความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดการธุรกิจในระดับนานาชาติ
พ.ศ. 2549 จัดตั้งหลักสูตรปริญญาโททางด้านตลาด ซึ่งเป็นหลักในสาขาที่อยู่ในความต้องการของสังคมและธุรกิจอย่างแท้จริง ได้แก่ ICT Marketing Retail Market และ Service Marketing
– ได้มีการจัดตั้งศูนย์ธรรมาภิบาล (Corporate Governance Centre) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านธรรมาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ
– เป็นหลักสูตรปริญญาโท ด้านการกำกับดูแลกิจการขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาบุคลากรที่มีความพร้อมทางด้านแนวคิดการบริหารและธรรมาภิบาลอย่างเต็มกาคภูมิ
– พัฒนา IT Studio ขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับนิสิตได้ใช้ทำงานกลุ่ม โดยมีการบริการสัญญาณไร้สายอย่างครบวงจร
พ.ศ. 2550 – แผนพัฒนาวิชาการจุฬา 100 ปี ของคณะฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวิชาการของคณะฯ ซึ่งมีโครงการหลัก คือ โครงการพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการด้านธุรกิจระดับโลก และมีโครงการย่อยที่ครอบคลุม การพัฒนาคณาจารย์และบุคลากร การส่งเสริมผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ รวมทั้งการพัฒนานิสิตเพื่อเข้าสู่เวทีในระดับนานาชาติและโครงการบัญชีเพื่อชุมชน เพื่อเข้าถึงความต้องการของชุมชน นอกจากนี้ยังได้กำหนดแผนพัฒนาทางกายภาพของอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการและโครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยต่างๆ
– เตรียมความพร้อมและพัฒนาให้มีการนำเอาระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เข้ามาใช้ในการบริหารการเงินของคณะฯ อย่างสมบูรณ์
– บรรจุลูกจ้างชั่วคราวของคณะฯ ที่มีผลการทำงานดี ทำงานมาเป็นระยะพอสมควร ให้เข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 40 คน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาก้าวใหญ่ของคณะฯ ที่ให้ความสำคัญกับขวัญกำลังใจของบุคลากรเป็นสำคัญ
พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะสำหรับการครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ซึ่งมีทิศทางที่ชัดเจนในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน และเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะฯ ในการก้าวเข้าสู่ “World Class Innovative Business School” จึงได้มีการริเริ่มนวัตกรรมสร้างสรรค์ ในคณะฯ มากมายที่โดดเด่นประกอบด้วยการพัฒนา Management Theatre ขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก โดยมีลักษณะเป็นโรงละครที่สามารถจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ทางด้านการบริหารจัดการและธุรกิจ เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและวิจัยทางสถิติและศูนย์ให้คำปรึกษาและวิจัยทางประกันภัย ซึ่งถือเป็นผู้นำในการให้บริการทางวิชาการ ในสาขาที่เกี่ยวข้องจัดตั้งหลักสูตรปริญญาเอกทางด้านการเงินชั้นสูงสาขาแรกของประเทศ
– ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรการจัดการ เพื่อการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Management) ในระดับปริญญาตรี เพื่อตอบรับกระแสความต้องการของธุรกิจ และสังคมอย่างแท้จริง
– นอกจากนี้ ยังมีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ เพื่อดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ ทั้งทางด้านวิชาการและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
– โครงการพาณิชย์บัญชีเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
– โครงการพัฒนาวิจัยแบบมุ่งผลลัพธ์ (Result – Based Research) และโครงการวิจัยเพื่อชี้นำสังคม
– โครงการสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างประเทศและโครงการVisiting Scholar
– โครงการเสริมสร้างบทบาทนิสิตในเวทีนานาชาติ
– โครงการรับรองจากมาตรฐานระดับนานาชาติของ AACSB (The Association to Advance Collegiate Schools of Business)
พ.ศ. 2552 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ได้เพิ่มแขนงวิชา Financial Analysis and Inverstment ในสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ รวมถึงได้รับรองจาก CPA Australia สำหรับหลักสูตรสาขาวิชาการบัญชี ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลดังกล่าว
– คณาจารย์ภาควิชาพาณิชยศาสตร์ได้ร่วมกับพัฒนาผลงานทางวิชาการ “นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อเสนอแนวคิดทางด้านวิชาการร่วมสมัย สู่สังคมและภาคธุรกิจ นับเป็นการเชื่อมโยงชัดเจนระหว่างวิชาการและการนำสู่การปฏิบัติ
– หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตได้เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการโรงพยาบาลและการรักษาสุขภาพ เพื่อพัฒนาผู้บริหารธุรกิจทางด้านการแพทย์และการรักษาสุขภาพ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกๆ ในประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ Medical Hub of Asia
– สานต่อกิจกรรม Thailand’s Most Innovative Com[anies 2009 : Innovation Excellence in the Downturn Economy เป็นปีที่สอง ซึ่งได้รับการยอมรับจากวงการวิชาการและธุรกิจในวงกว้างยิ่งขึ้น
– เป็นครั้งแรกของคณะฯที่มีการริเริ่มกิจกรรม CBS Star Camp’ 52 คัดเลือกนักเรียนที่ผลการเรียนดีเยิ่ยมจากโรงเรียนมัธยมชั้นนำมาร่วมทำกิจกรรมเต็มวันกับทางคณะฯ และยังสานความสัมพันธ์กับอาจารย์แนะแนว โดยจัดกิจกรรมเปิดบ้านพาณิชย์บัญชีสำหรับอาจารย์แนะแนว โรงเรียนมัธยมชั้นนำ รวมถึงมีการให้ทุนการศึกษา CBS Rising Star Scholarship เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยจะให้กับนักเรียนมัธยมที่สอบเข้าแต่ละสาขาของทางคณะฯ ด้วยคะแนนสูงสุดถือเป็นการสร้างความตระหนักกับนักเรียนและเป็นการดึงดูดสร้างสรรค์บุคลากรชั้นเลิศทางด้านธุรกิจของสังคมไทยในอนาคตอีกด้วย
– ริเริ่มกระบวนการประเมินผลการเรียนรู้ของนิสิตโดยมุ่งผลลัพธ์ (Outcome Assessment) เพิ่มเตรียมความพร้อมของทั้งคณะฯ เพื่อสอดรับกับ Thailand Quality Framework (TQF) และสนับสนุนคณะฯ ในการก้าวไปสู่การได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกของคณะทางด้านบริหารธุรกิจ (AACSB : The Association to Advance Collegiate School of Business)
พ.ศ. 2553 – ได้มีการเปิดตัวหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเพื่อเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขึ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยมีเป้าหมาบสำหรับนิสิตที่มี ความประสงค์ที่จะเป็นผู้ประกอบที่ถึงพร้อมในอนาคต
– สานต่อการปลูกฝังแนวคิดจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมของนิสิตอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สุ่ชุมชน เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพของแต่ละชุมชน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการกำกับดูแลกิจการ ได้ริเริ่ม CGIA CLIB เน้นจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เริ่มจาก โครงการ “MSCG สร้างฝัน แบ่งปันความสุข” เป็นต้น
– ริเริ่มกิจกรรม Research Camp ซึ่งเป็นการกระตุ้นและให้การสนับสนุนคณาจารย์ เพื่อเตรียมความพร้อมและช่วยให้พัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ทำการเปิดใช้ส่วนที่ต่อเติม ตั้งแต่ชั้น 11
– ชั้น 14 อาคารมหิตลาธิเบศรทำให้คณะฯ มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นสำหรับการเรียนการสอนและกิจกรรม นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยห้องปฏิบัติการทางการเงินที่ทันสมัยที่สุด พร้อมทั้งห้อง Management Theatre แห่งแรกของประเทศ นับเป็นนวัตกรรมทางด้านธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่งของทางคณะฯที่สุด พร้อมทั้งห้อง Management Theatre แห่งแรกของประเทศ นับเป็นนวัตกรรมทางด้านธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่งของทางคณะฯ
– สานต่อกกิจกรรมทางวิชาการเฉลิมฉลองการครบรอบ 72 ปี ด้วยงาน Thailand’s Most Innovative Com[anies 2010 : Innovation Leading to the Economic Recovery รวมถึงงานสัมมนาวิชาการรูปแบบใหม่ ก้าวสู่อนาคตด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Innovation and Credtivity for the Future) ซึ่งเป็นการตอบย้ำ ภาพลักษณ์ของคณะฯ ในการเป็นเสาหลักแห่งแผ่นดินทางการศึกษาด้าน – คณะฯได้ดำเนินการเพื่อเข้ารับการรับรองมาตรฐานจาก AACSB อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมจากที่ปรึกษา (Mentor) เพื่อประเมินความพร้อมของคณะฯ ได้ให้ความเห็นโดยสรุปว่า คณะฯ มีความสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินเบื้องต้นได้ถึง 16 ข้อจาก 21 ข้อ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการก้าวไปสู่การได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกของคณะทางด้านบริหารธุรกิจ (AACSB : The Association to Advance Collegiate School of Business)